โครงการอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

โครงการอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี


๑. ความเป็นมา
 


           อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อยู่ในเขตการปกครองของตำบลยางหัก ตำบลทุ่งหลวง ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ และตำบลบ้านบึง ตำบลหนองพันจันทร์ ตำบลบ้านคา อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยได้กำหนดพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี เป็นพื้นที่อุทยานฯ และเป็นพื้นที่ในโครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ที่จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จะทรงมีพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อสนองพระราชปณิธานที่จะทรงอนุรักษ์ป่าไม้ โดยให้ราษฎรช่วยกันรักษาป่าอันเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของราษฎร ซึ่งได้ทรงมีพระราชดำริไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนที่จะให้มีป่าไม้หลาย ๆแห่งที่อุดมสมบูรณ์ตามสภาพและประเภทของป่าไม้ที่เคยเห็นอีกทั้งเป็นแบบอย่างของการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่า และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เคยอยู่ใต้อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมาย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้ามาควบคุมพื้นที่ได้จึงเกิดความสงบสุขขึ้น จากนั้นได้ดำเนินการวางแผนเร่งรัดพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในส่วนที่ถูกทำลายให้สอดคล้อง กับพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และส่งเสริมพัฒนาอาชีพแก่ราษฎรในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

          ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้พิจารณาความเหมาะสมที่จะประกาศจัดตั้งพื้นที่โครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยตั้งชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน” ตามคำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่ ๒๓๙๓/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และได้กำหนดแผนการปฏิบัติงานและงบประมาณจัดการอุทยานแห่งชาติในปี ๒๕๔๘ อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันครอบคลุมพื้นที่ อำเภอปากท่อ และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี อยู่บริเวณที่ดินป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ป่าพุยางและพุสามซ้อน และป่าเขากงเกวียน ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๐ หมู่ ๕ บ้านไทยประจัน ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี พิกัดที่ 0๕๖๐๓๑๐ ๑๔๖๖๕๒๗ ระหว่างละติจูดที่ ๑๓ องศา ๑๖ ลิปดาเหนือ ถึงละติจูดที่ ๙๙ องศา ๓๓ ลิปดาตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ ๒๐๕,๗๗๗ ไร่
 
         ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่บริเวณที่ดินป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ป่ากงเกวียน ป่าพุยาง และป่าพุสามซ้อน ในท้องที่ตำบลอ่างหิน ตำบลทุ่งหลวง ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙ ตอนที่ ๙ก วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ เนื้อที่ประมาณ ๓๒๘.๗๔ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒๐๕,๔๖๓.๙ ไร่


๒.ขอบเขตโครงการ
 
         ทิศเหนือ จด ป่าสงวนแห่งชาติ
         ทิศตะวันออก จด ป่าสงวนแห่งชาติ
         ทิศใต้ จด เขตการปกครองจังหวัดเพชรบุรี อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
         ทิศตะวันตก จด ป่าสงวนแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี
 
 ๓. วัตถุประสงค์
 
         เพื่อปรับปรุงแนวทางการบริหารและการจัดการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน         ๒. เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของลุ่มน้ำแม่ประจันและลุ่มน้ำภาชีมีน้ำไหลตลอดปี 
         ๓เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางด้านธรรมชาติวิทยา และสาขาวิชาอื่นๆ         ๔เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงต่อประเทศในการควบคุมชนกลุ่มน้อย และการเคลื่อนย้ายของราษฎร
         ๕เพื่อใช้พื้นที่โครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจันให้มีประโยชน์ในทุกๆ ด้าน แล้วพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ตอบสนองต่อการนันทนาการ         ๖แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างโครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และราษฎรท้องถิ่น         ๗เพิ่มมาตรการในการป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และฟื้นฟูสภาพทรัพยากรที่ถูกทำลายทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม         ๘กำหนดเขตการจัดการและมาตรการในการจัดพื้นที่แต่ละเขตในรูปแบบของการประสานประโยชน์         ๙ให้สิ่งจูงใจแก่ชุมชนให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนของชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการจัดการโครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
        ๑๐ปรับปรุงสาธารณูปการพื้นฐานที่จำเป็นบริเวณเขตบริการ        ๑๑ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรการบริหารและพัฒนาบุคลากรของโครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติไทยประจันให้สามารถรองรับภารกิจในการแก้ปัญหา และการจัดการพื้นที่ทุกๆ ด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
๔. เป้าหมาย
  
        ๑คุ้มครอง รักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน        ๒เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าของชุมชนท้องถิ่น ให้เป็นไปในรูปแบบที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
        ๓ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม


๕. ประโยชน์ต่อประชาชน
   
        ๑ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ที่ถูกทำลายให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม
        ๒การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า แหล่งต้นน้ำลำธาร  แหล่งศึกษาวิจัยทางด้านธรรมชาติวิทยา และแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
        ๓ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์จัดการโครงการฯ


ความคิดเห็น