โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร
โครงการพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร
๑. ความเป็นมาของโครงการ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมราษฎร บ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ทรงรับ ทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้ถวายรายงาน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการให้การ ช่วยเหลือดูแลราษฎรให้อยู่ดีกินดี และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระราชดำริให้ พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ ด้วยการขุดลอกหนองอึ่งที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมการพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่ แห้งแล้ง ด้วยการปลูกป่าและหญ้าแฝก รวมถึงการฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่งในพื้นที่กว่า ๓,๐๐๖ ไร่ โดยราษฎรได้ เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่โดยรอบหนองอึ่ง
พื้นที่หนองอึ่ง มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบหรือสบกันคือ แม่น้ำชีและลำน้ำยัง พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นเส้นทางน้ำ ไหลผ่าน ทำให้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ราษฎรจำนวน ๗ หมู่บ้าน ประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาอย่างยาวนาน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาดติดต่อไม่ได้ พื้นที่การเกษตรเพาะปลูกข้าวนาปีมีความเสียหาย ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำซากทุกๆ ปี ขณะเดียวกันเมื่อถึงช่วงฤดูแล้งน้ำแห้งไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตรไม่ได้ผล
อดีตก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพัฒนาหนองอึ่ง ประสบปัญหาน้ำทวีความรุนแรง ขึ้นต่อการดำรงชีพ ในเวลาเดียวกันประชากรในพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอด ชาวบ้านจึงทำทุกอย่างแม้แต่การบุกรุก ถากถางป่า ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย นำไม้มาทำฟืนและใช้ สอย ทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม ชาวบ้านโดยรวมจึงมีชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น ในระยะหลังแม้แต่จะอาศัยเก็บหาของป่าเพื่อ บริโภคและจำหน่ายไม่ได้เหมือนเดิม ราษฎรส่วนหนึ่งต้องพากันอพยพออกไปรับจ้างย้ายถิ่นฐานไปอยู่หัวเมืองใหญ่เพื่อ หารายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ต่อมาได้จัดตั้งเป็น “ป่าชุมชนดงมัน” ในปี ๒๕๔๖ เพื่อสนองพระราชดำริ “ฟื้นฟูสภาพ ป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล” โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆ อาทิ จังหวัดยโสธรกรมป่าไม้และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นต้น
๒. ที่ตั้งโครงการ
ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
๓. วัตถุประสงค์โครงการ
๑. เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน
๒. เพื่อแก้ปัญหาสภาพของหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไป
๓. เพื่อแก้ปัญหาสภาพด้านการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณท้ายอ่าง
๔. หน่วยงานผู้ดำเนินงาน/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑. กรมป่าไม้
๒. กรมส่งเสริมสหกรณ์
๓. โครงการชลประทานยโสธร
๔. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ - จังหวัดยโสธร
๕. ลักษณะโครงการ
การพัฒนาพื้นที่หนองอึ่งให้เป็นแหล่งเก็บน้ำ เพื่อนำน้ำมาใช้ในการเกษตร ซึ่งเดิมประชาชนในพื้นที่โดยรอบประสบปัญหา น้ำท่วมซ้ำซาก และการร่วมปลูกป่าและอนุรักษ์พื้นที่ป่าดงมัน ให้เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ นอกจากนี้โครงการฯ ยัง มีการศึกษาการเพาะเห็ดธรรมชาติ การเพาะพันธุ์ไม้ เพื่อเพาะปลูกในป่าชุมชน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากป่า เช่น ได้รวมกลุ่มทำผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากป่าในชุมชน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในชื่อผลิตภัณฑ์ วนาทิพย์ โอทอป ชุมชนคนรักป่า ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เช่น เห็ดโคนในน้ำเกลือ, เห็ดเผาในน้ำเกลือ, ไข่มดแดงในน้ำเกลือ, เห็ด ละโงกในน้ำเกลือ, เห็ดตับเต่าในน้ำเกลือและแม่เป้งคั่วเกลือ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มได้เป็น อย่างดี และผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
- จัดตั้งป่าชุมชน/องค์กร/กองทุนป่าชุมชน
- ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง
- ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ เพื่อปลูกป่าในใจคน
- พัฒนาศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
๖. ผู้ได้รับประโยชน์
เกษตรกรในพื้นที่และประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย ๗ หมู่บ้าน จำนวน ๘๒๔ ครัวเรือน ประชากร ๓,๔๐๓ คน ในท้องที่ ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
๗. ผลการดำเนินงานและกิจกรรมโครงการ
กิจกรรมจัดตั้งป่าชุมชน/องค์กร/กองทุนป่าชุมชน จัดตั้งป่าชุมชนดงมันสาธาณประโยชน์ ๓,๐๐๖ ไร่ เป็นป่าชุมชน โดยแบ่ง พื้นที่ป่า/เขต รับผิดชอบเป็น ๗ แปลง ๗ หมู่บ้านจัดตั้งองค์กรป่าชุมชน ๘ คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารองค์กรกลาง ๑ คณะ คณะกรรมการระดับหมู่บ้าน ๗ คณะ และกลุ่มอาชีด้านป่าไม้ จำนวน ๒ กลุ่มจัดตั้งกองทุนป่าชุมชนดงมัน ประกอบด้วย กองทุนส่วนกลาง ๑ กองทุน กองทุนระดับหมู่บ้าน ๗ กองทุน โดยมีรายได้มาจากการจำหน่ายไม้โตเร็วที่ปลูก โดยชุมชน ผลกำไรร้อยละ ๑๐ จากกิจกรรมการแปรรูปอาหารจากป่า เงินค่าปรับไหม รวมถึงการสนับสนุนของหน่วยงาน ภาครัฐ/เอกชน
๘. กิจกรรมส่งเสริมการบริหารจัดการป่าชุมชนในรูปแบบฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง
การบริหารการจัดการป่าชุมชน
- เพื่อการอนุรักษ์(พื้นที่ป่าที่มีอยู่เดิม) อนุรักษ์ คุ้มครอง ให้ฟื้นคืนตัวตามธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ ปลูกป่าโดย ไม่ต้องปลูก
- เพื่อการใช้สอย(พื้นที่ไร่ร้าง) ฟื้นฟูและพัฒนาในรูปแบบป่าสานอย่างประโยชน์สี่อย่าง ป่าไม้โตเร็ว
- เพื่อการเกษตรเชิงประณีต (พื้นที่ไร่ร้าง) การปลูกพืชอายุสั้น ธนาคาร/ พันธุ์ไม้เชิงเศรษฐกิจ/ หญ้าอาหารสัตว์
การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านป่าไม้ เพื่อปลูกป่าในใจคน
- กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการแปรรูปอาหารจากป่าชุมชน (วนาทิพย์ โอท็อปชุมชนคนรักษ์ป่า) โดยมีกลุ่มเกษตรกร เพาะเห็ดค้อเหนือ ๗ หมู่บ้านเป็นกลุ่มเป้าหมาย
- ส่งเสริมและพัฒนาระบบวนเกษตร (ป่าไม้-ปศุสัตว์-เกษตร) เป้าหมาย ๓๐๐ ไร่ต่อครัวเรือน โดยมีเครือข่ายพัฒนาฟาร์ม เชิงนิเวศน์ดงมัน ๗ หมู่บ้าน เป็นกลุ่มเป้าหมาย
๙. กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
ศูนย์ข้อมูลและบริการ บริเวณสำนักงานชั่วคราวโครงการฯ (กรมป่าไม้)
แหล่งเรียนรู้ การแปรรูปผลิตผลิตภัณฑ์อาหารจากป่า/ ป่าสามอย่างในระบบวนเกษตร(กรมป่าไม้) การเลี้ยงโคขุน (กรม ปศุสัตว์) การปลูกพืชปลอดสารพิษ /ไผ่เลี้ยงแยกหน่ออื่นๆ (กรมส่งเสริมการเกษตร/กรมวิชาการเกษตร) การเลี้ยงปลาใน กระชัง(กรมประมง) ธนาคารปุ๋ยชีวภาพและสารชีวภาพ (กรมพัฒนาที่ดิน)
๑๐. ความสำเร็จของโครงการ
ป่าชุมชนดงมันเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ จำนวน ๓,๐๐๖ ไร่ ซึ่งเป็นป่าบกผืนเดียวที่น้ำท่วมไม่ถึง มีสภาพเป็นป่าดิบแล้ง ผสมเต็งรัง เป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญยิ่งของ ๗ หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ ในการเป็นแหล่งเก็บหาของป่าไม้ใช้สอย ไม้ฟืน รวมถึงการปลูกพืชไร่ และทำเลเลี้ยงสัตว์ ทรัพยากรป่าไม้อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม คงเหลือสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ ประมาณ ๘๐๐ ไร่ ป่าเสื่อมโทรม ๑,๒๐๐ ไร่ และพื้นที่ไร่ร้างประมาณ ๘๐๐ ไร่ กรมป่าไม้โดยโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณ หนองอึ่งได้น้อมนำแนวพระราชดำริ หลักภูมิสังคม โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้ราษฎร ผู้นำหมู่บ้าน ๗ หมู่บ้าน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการทรัพยากรป่าไม้ ดงมันสาธารณประโยชน์ ๓,๐๐๖ ไร่ ในหลักการของป่าชุมชน โดยการ ส่งเสริมการบริหารการจัดการป่าในรูปแบบ ฟาร์มเศรษฐกิจพอเพียง เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา และใช้ประโยชน์ป่าอย่างมีสมดุล และยั่งยืน




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น